>> วิสัยทัศน์ของมูลนิธิดวงประทีปคือ "องค์กรชั้นนำเพื่อเด็กและผู้ยากไร้" พันธกิจของมูลนิธิฯ คือ 1. ผลักดันให้เด็กและผู้ยากไร้ได้รับสิทธิและโอกาสเท่าเทียม กับคนในสังคมทั่วไป 2. สร้างแบบอย่างงานพัฒนาเด็กและผู้ยากไร้ 3. ฟื้นฟูและพัฒนาเด็ก-เยาวชนที่ยากไร้และมีปัญหา 4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็งและปลอดภัย 5.ส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเสพติด ในชุมชน   
  • ประวัติผู้รับรางวัล"ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ" นายสังวาลย์ บุญส่ง
 

ประวัติผู้รับรางวัล"ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ" นายสังวาลย์ บุญส่ง

                                                  ประวัติและผลงานนายสังวาลย์ บุญส่ง
                       ผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัล “ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ” ปี พ.ศ. 2551

นาย สังวาลย์ บุญส่ง ชาวศรีสะเกษ เป็นบุตร 1 ใน 12 คนของนายป้อน และนางกลม บุญส่ง ครอบครัวประกอบอาชีพชาวนา ฐานะยากจน บิดาเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 9 ปี หลังจากนั้น 3 ปีมารดาก็เสียชีวิต พี่น้องร่วมท้องก็ตามกันเสียชีวิตไปอีก 9 คน เมื่อจบชั้นประถมปีที่ 4 จึงตัดสินใจบวชเป็นสามเณร จนกระทั่งเป็นภิกษุ สอบได้นักธรรมตรี นักธรรมโท ตามลำดับกระทั่งอายุ 22 ปี จึงสึกเพื่อมาประกอบอาชีพชาวนาอยู่ 4 ปี จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยเงินติดตัวเพียง 12 บาท ชีวิตเริ่มต้นด้วยการเป็นกรรมกรก่อสร้าง ค่าแรงวันละ 10 บาท ขับรถรับจ้าง และเช่ารถซาเล้งเพื่อรับซื้อของเก่า อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านครัวได้ 5-6 ปี จนถูกไล่รื้อ จึงย้ายไปอยู่ที่ถนนนางลิ้นจี่ และชุมชนบ่อนไก่ ก็ถูกไล่รื้ออีก จากการถูกไล่รื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายสังวาลย์จึงตัดสินใจร่วมกับคณะกรรมการชุมชนบ่อนไก่หาทางเจรจาต่อรองกับ เจ้าของที่ดิน และร่วมกันต่อสู้ จนสามารถอยู่ต่อมาได้อีก 3 ปี และได้รับเลือกเป็นประธานชุมชน จึงได้ริเริ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้ชาวชุมชนได้กู้ยืมในกรณีจำเป็น นายสังวาลย์ได้เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ จนเติบโตเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ และได้ร่วมกับชาวชุมชนก่อตั้งศูนย์รวมพัฒนาชุมชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ขยายเป็นเครือข่ายสลัมสี่ภาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่อยู่ อาศัยในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเป็นผู้
ประสานงานเครือข่าย
                                                   
ในปี พ.ศ. 2544 เกิดไฟไหม้ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่เสียหายไปกว่า 159 หลังคาเรือนมีผู้ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 600 คน นายสังวาลย์ได้รวมตัวกับชาวชุมชน กู้ยืมเงินจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง ตามเงื่อนไขของ พอช. เขาและชาวบ้านได้รวมกันออมเงิน และเป็นผู้นำชุมชนในการยื่นแบบขออนุญาตการก่อสร้างอยู่ได้ 3 ปี ชีวิตก็ต้องประสบกับปัญหาอีก เมื่อถูกดำเนินคดี ข้อหาปลูกสร้างบ้านเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาตถึง 3 ข้อหา ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลตัดสินในลงโทษปรับ รายละ78,825 บาท ส่วนโทษจำคุกให้คงเดิม ซึ่งเงินค่าปรับทั้งส่วนของนายสังวาลย์และสหกรณ์ฯ เป็นเงินทั้งสิ้น 157,650 บาท ชาวชุมชนแออัดเครือข่ายทั่วประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชนได้ร่วมกันจัดทอด ผ้าป่าเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าปรับทำให้คดีเป็นอันยุติลง

 

                                                                                                               นาย สังวาลย์ได้รับเลือกเป็นตัวแทนกรรมการต่างๆจากหลายองค์กรเพื่อเป็นพลังในการ ขับเคลื่อนทางสังคม เช่น กรรมการบอร์ดกรมประชาสงเคราะห์ร่วมบริหารงบประมาณโครงการไฟไหม้ไล่ที่ กรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย กรรมการบอร์ด สำนักพัฒนาชุมชนเมือง หรือ คณะทำงานประสานเคือข่ายชุมชน 4 ภาค ร่วมกันร่างแผนพัฒนานำเสนอต่อสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2547-2549 และคณะทำงานอื่นๆอีกหลายองค์กร

นายสังวาลย์ได้ประสบกับวิกฤติของชีวิตอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2550 หลังจากที่ นายสังวาลย์ และเพื่อนๆกลับจากทำบุญทอดผ้าป่าได้ประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกปูนวิ่งเข้าชน ท้ายทำให้รถไปอัดกับท้ายรถเทลเลอร์ คนที่อยู่ในรถมีทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนนายสังวาลย์ถูกอัดก๊อบปี้อยู่ในรถ แขนซ้ายหัก ขาซ้ายหัก 5 ท่อน ต้องตัดขาทิ้งตั้งแต่ช่วงใต้เข่า กลายเป็นคนพิการไม่สามารถใช้ชีวิตเช่นเดิมได้อีก เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ใช้ชีวิตทำนา ทำสวนอยู่กับภรรยา แม้จะพิการแต่ชีวิตบั้นปลายก็ยังไม่ทิ้งงานพัฒนาโดยรวมกลุ่มออมทรัพย์ในหมู่ บ้านจัดตั้งสหกรณ์เพื่อการผลิตและฟื้นฟูธรรมชาติ เป็นประธานหมอดินอาสา ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับดิน ให้คำแนะนำการปลูกหญ้าแฝก ประสานงานกับกรมพัฒนาที่ดินในการขุดบ่อกักเก็บน้ำให้กับหมู่บ้านต่างๆ เป็นคณะกรรมการบริหารโรงปุ๋ยชีวภาพ จัดทำน้ำหมักชีวิภาพเพื่อแจกชาวบ้านไว้ใช้ในการทำนารวมทั้งแนะนำการใช้ปุ๋ย ชีวภาพ ในการทำนาให้แก่ชาวนา นอกจากนั้น นายสังวาลยังคงไม่ทิ้งงานเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนเมือง โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมเครือข่ายที่อยู่อาศัยของสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจน เมืองแห่งชาติ โดยมีบุตรสาวและบุตรเขยให้ความช่วยเหลือทั้งการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิต
ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ที่นายสังวาล ได้ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนของตนเอง และชุมชนอื่นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานหรือองค์กรใดๆ นอกจากค่าเบี้ยประชุมครั้งละ 50 – 100 บาท แต่สิ่งที่นายสังวาลได้รับคือความภาคภูมิใจ การได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์จากการทำงาน ได้มิตรภาพจากพี่น้องชาวชุมชนแออัดได้เห็นเพื่อนๆคนยากจน ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และสิ่งสำคัญที่สุดคือนายสังวาลเป็นผู้เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อผู้อื่นมา โดยตลอดโดยไม่คำนึงถึงความลำบากของตนเองจึงเป็นบุคคลที่สมควรได้รับรางวัล “ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่นและเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์สังคมต่อไป


วันที่ : 19/09/2555

อ่าน 1128 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 อาจารย์ Ayari และ อาจารย์ Okui สอนทำเบเกอร์รี่เยาวชนหญิงที่กา ญจนบุรี ครั้งที่ 1 ปี 2554
 ครูประทีปขอลาออก...
 ฝึกสมาธิ ฝึกเพ้นท์แก้วกับเยาวชนชาย ที่ศูนย์ชุมพร
 ขอเชิญร่วมแสดงความห่วงใยแด่ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เนื่องในวันสงกรานต์ธารน้ำใจแด่ผู้สูงวัยและพิการในสลัม
 อบรมน้ำชีวภาพ ปรับสภาพชุมชน
 
มูลนิธิดวงประทีป เลขที่ 34 ล็อค 6 ถนนอาจณรงค์ คลองเตย กทม.10110   Line Id : dpf2521 , โทรศัพท์ 0-2671-4045-8 โทรสาร 0-2249-5254
e-mail : duangprateepf@gmail.com , dpf_found@hotmail.com http://www.dpf.or.th , http://www.facebook.com/dpffound