สิทธิของหนู เด็กอายุ 6 ขวบเรียกร้องสิทธิ์ต่อผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

|

ประชาธิปไตย...เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กการปลูกฝังประชาธิปไตยให้เด็ก เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือครูควรสอนให้กับเด็กๆ ได้เรียนรู้ เพราะเรากำลังสอนให้เด็กรู้จักสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง พร้อม ๆ ไปกับการเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย และเป็นสิ่งที่ไม่ไกลตัวที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตจริง โดยเฉพาะเด็กยากจนในชุมชนแออัดในศูนย์เด็กหลายๆศูนย์ที่ต้องประสบกับเหตุการณ์ตัดค่าอาหาร และค่านมสำหรับเด็กกรณีอายุเกิน 6 ขวบบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 7 ขวบ จึงเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3มีนาคม พ.ศ. 2553ที่ผ่านมาให้เด็กๆจากศูนย์เด็ก 14 ศูนย์ ครู ผู้ปกครอง แกนนำชุมชน และตัวแทนชุมชน ได้รวมกันไปยื่นหนังสือคัดค้านการตัดค่าอาหาร และนม ต่อ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิดวงประทีป ผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเด็กและคนจน กล่าวว่า “ขณะนี้มีปัญหาว่าศูนย์เด็กเล็กและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวันเรียน สังกัด กทม. ในพื้นที่เขตคลองเตย ถูกเรียกคืนเงินที่ได้เบิกจ่ายค่าอาหารกลางวัน ค่านม สำหรับเด็กที่มีอายุเกิน 6 ขวบบริบูรณ์ ที่ยังไม่สามารถเข้าเรียนต่อในระดับประถมศึกษาได้ แต่ยังอยู่ในความดูแลของศูนย์เด็กเล็กและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งเขตคลองเตยอ้างว่าปฏิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน พ.ศ.2536 ที่ระบุว่าการใช้สิทธิเบิกจ่ายค่าอาหารสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน เด็กจะต้องมีอายุตั้งแต่ 2 ขวบ ไม่เกิน 6 ขวบ แต่เด็กที่อายุเกิน 6 ขวบ ที่รอเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตคลองเตยไม่ให้ส่งรายชื่อขอเบิกจ่าย อีกทั้งยังขอเรียกเก็บเงินที่เบิกไปแล้วในอดีตคืนด้วย ซึ่งระเบียบดังกล่าวถือว่าขัดแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 22 ที่ระบุว่า การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใดให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”
บรรยากาศในการที่เด็ก ผู้ปกครอง ครู และกรรมการชุมชนได้ถือป้ายหรือชูป้ายเรียกร้อง ซึ่งมีข้อความหลากหลาย “หนูไม่กินนม อย่าตัดเงินค่าอาหารของหนูเลยนะคะ หนูขอร้อง ขอเงินค่าอาหารผมเถอะครับ ผมขอร้อง ขอบคุณครับแด่หนูผู้หิวโหย ขอบคุณคะ” เหล่านี้คือเสียงเรียกร้องที่เด็กๆช่วยกันเรียกร้องสิทธิที่พวกเขาพึ่งได้รับ
เสียงผู้ใหญ่จากศาลาว่าการกรุงเทพฯถามเด็กๆว่าหนูมาทำอะไรเด็กๆพร้อมใจตอบว่าหนูมาขอนม ขออาหารกลางวัน
หลังจากตัวแทนครูศูนย์เด็กได้อ่านจดหมายเปิดผนึกและตัวแทนเด็กได้ยื่นหนังสือมอบให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯแล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบและได้กล่าวรับปากว่าจะแก้ปัญหาให้ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสภา กทม. ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจะให้เขตต่างๆ ผ่อนผันการเรียกเงินคืนไปก่อน
                                                                      
ในการเรียกร้องสิทธิในครั้งนี้ เด็กน้อยวัย 6 ขวบเหล่านี้ยังพอมีความหวังอยู่บ้างแต่ถ้าจะให้ดีไม่ควรจะผ่อนผันแต่ต้องยกเลิกระเบียบที่ต้องคืนเงินค่าสวัสดิการอาหารและนม ให้กับสำนักพัฒนาชุมชนกรุงเทพมหานคร เพื่อที่เด็กๆและผู้ปกครองจะได้มั่นใจและมีความมั่นคงในการที่เด็กได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกับเด็กวัย 2-5 ขวบ เพราะพวกเขาก็เป็นเด็กเช่นกันแต่ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้มองข้ามไป
เด็ก ผู้ปกครอง ครู และกรรมการชุมชนยังต้องติดตามต่อไปว่าหนังสือที่ยื่นไปดังกล่าวเป็นผลในการปฏิบัติจริงหรือไม่ เพื่อให้เด็กได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน...เด็กน้อยยังรอคอยความหวัง อย่างตั้งใจและมั่นคง